ยินดีต้อนรับ
ผู้มาเยี่ยมชม
บทสรุป
เอกสารประกอบการเรียน ชุด ละครชาตรีเมืองเพชร
เล่มที่ 2 เรื่อง ท่องไปในละครชาตรีและละครชาตรีเมืองเพช

     ละครชาตรีเป็นละครรำที่เก่าแก่ที่ได้รับแบบอย่างมาจากอินเดียในสมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากวิธีการแสดงที่กำหนดว่ากษัตริย์ต้องเป็นพระเอก เดิมชาวอินเดียชั้นสูงเรียกว่า "กษัตริย์" แต่อินเดียภาคใต้ออกเสียงว่า
"ฉัตริย์" คนไทยออกเสียงว่า "ชาตรี" หมายถึง ตัวละครที่พระเอกเป็นกษัตริย์ เครื่องแต่งกายอย่างเจ้านาย หรือตามหลักฐานที่ว่าละครชาตรีเป็นเร่ที่แสดงและเดินทางไปเรื่อย ๆ เรียกว่า "ยาตร" หรือ "ยาตรา" นิยมเล่นกลางแจ้ง มีลักษณะเหมือนละครโนห์รา สันนิษฐานว่าเกิดจากการนำเอาการขับร้องและระบำรำฟ้อนประกอบดนตรีไทย ซึ่งมาผสมกับการแสดงละครเรื่องราวของอินเดีย

     ในสมัยโบราณละครชาตรีเป็นที่นิยมแพร่หลายทางภาคใต้ของไทย เรื่องที่แสดงคงจะนิยมเรื่อง พระสุธนนางมโนห์รา จึงเรียกการแสดงประเภทนี้ว่า โนห์ราชาตรี

     ละครชาตรีของจังหวัดเพชรบุรี ได้รับแบบอย่างจากละครชาตรีคณะนายสุข จันทร์สุข หรือ คณะหลวงอภัยพลรักษ์ มีความสามารถทางด้านโขนและละครมาก่อนหัดละครชาตรีจากชาวภาคใต้ที่อพยพมาอยู่กรุงเทพในสมัยรัชกาลที่ 3 ละครของนายสุข มีผู้แสดงเป็นชายล้วน จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ผู้หญิงจึงแสดงละครได้ เมื่อรัชกาลที่ 4 เสด็จฯ แปรพระราชฐาน ณ พระนครคีรี ละครของนายสุขได้มีโอกาสแสดงถวาย โปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงอภัยพลรักษ์" สมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จไปประทับที่เมืองเพชรบุรี ทรงสนับสนุนการแสดงละครชาตรี ทรงมอบหมายเจ้าคุณจอมมารดาเอม เป็นผู้ถ่ายทอดท่ารำให้คณะละครเมืองเพชรบุรี จึงเกิดการผสมผสานกับละครของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) เจ้าเมืองเพชรบุรี ที่มอบหมายให้หม่อมเมืองบุตรีของหลวงอภัยพลรักษ์ เป็นผู้ได้รับการฝึกหัดละครแบบละครหลวงในครั้งนั้น ในสมัยรัชกาลที่ 6 นายบุญยังจันทร์สุข ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็น "ขุนพิทักษ์ทัศนา" คณะละครชาตรีในจังหวัดเพชรบุรีส่วนใหญ่ล้วนได้รับการถ่ายทอดท่ารำและแบบแผนการแสดงมาจากสายหม่อมเมือง ทั้งสิ้น ในสมัยรัชกาลที่ 7 เหตุการณ์บ้านเมืองไม่สงบ สิ่งบันเทิง ซบเซา จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 8 เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 มีผลกระทบต่ออาชีพละครมาก จอมพลแปลก พิบูลสงคราม ให้กรมศิลปากรควบคุมการดนตรีและการแสดงละคร ผู้แสดงละครต้องมีประกาศนียบัตรรับรอง ผู้แสดงบางคนต้องเลิกอาชีพละคร และการถ่ายทอดการแสดงลง

     ละครชาตรีเมืองเพชร มีองค์ประกอบและขั้นตอนการแสดงที่น่าสนใจ คือ ผู้แสดงละครชาตรีเมืองเพชรเรียนรู้การรำกันมาในหมู่ญาติพี่น้องและคนใกล้ชิด มีการแต่งกายที่สวยงามตามแบบการแต่งกายละครไทย นิยมเล่นเรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ เช่น สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ พระอภัยมณี ใช้เครื่องดนตรีเพียงไม่กี่ชิ้น เช่น กลองทัด โทน กลองชาตรี (กลองตุ๊ก) โหม่ง กรับ ฉิ่ง และอาจมีระนาดเอกร่วมบรรเลงด้วย บางครั้งใช้เครื่องดนตรีเพียง 2 ชิ้น คือ กลองตุ๊ก และ กรับ ขึ้นอยู่กับขนาดของโรงละคร  ใช้เพลงประกอบการแสดงที่ร้องง่าย ๆ ไม่คำนึงถึงอารมณ์ของเพลงเท่าใดนัก เพราะตัวละครจะต้องร้องเอง ละครชาตรีเมืองเพชรมักแสดงกันบริเวณบ้าน ในบ้าน ศาลาในวัด และ ที่กลางแจ้ง

 
      นางณิชชา ชันแสง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนพรหมานุสรณ์จังหวัดเพชรบุรี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ